บำรุงสายตาด้วยวิตามินอะไรดี? แนะนำต้องอ่าน

บำรุงสายตาด้วยวิตามินอะไรดี? แนะนำต้องอ่าน

วิตามินบำรุงสายตา

ว่ากันด้วยเรื่องของดวงตาของคนเรา โดยปกติแล้วในชีวิตประจำวัน ดวงตา ถือเป็นอวัยวะสำคัญซึ่งใช้ในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ การดูแลรักษาดวงตาให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากดวงตาและประสิทธิภาพในการมองเห็นของคนเราจะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ดังเช่นอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายแล้วนั้น  ในปัจจุบันนี้ทางโภชนาการ การบริโภควิตามินบางชนิดก็อาจมีประโยชน์ต่อการบำรุงและถนอมสายตาได้เช่นกัน หากเราใช้สายตาจนมากเกินไปควรมั่นดูแลโดยมีการแนะนำการกินวิตามินเพื่อช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับดวงตาของเรา ไม่ให้เสื่อมเร็ว

วิตามินชนิดใดบ้าง ที่อาจช่วยบำรุงสายตาได้ ?

วิตามินเอ (Vitamin A)

วิตามินเอ เป็นวิตามินที่เชื่อกันว่าช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

วิตามินเอ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • เรตินอยด์ (Retinoids) เป็นวิตามินเอชนิดที่มักได้รับจากการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์
  • เบต้า แคโรทีน (Beta-carotene) เป็นวิตามินเอชนิดที่มักได้รับจากการบริโภคอาหารประเภทพืช ผัก ผลไม้

โดยแหล่งอาหารที่สำคัญของ วิตามินเอ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ เครื่องในสัตว์ เนื้อปลา โดยเฉพาะปลาแซมอน พืชผักใบเขียว ผักที่มีสีเหลืองหรือสีส้ม เช่น ฟักทอง แครอท ผลไม้ เช่น มะม่วง แคนตาลูป น้ำนม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เป็นต้น

ทั้งนี้ ปริมาณวิตามินเอที่แนะนำให้บริโภคโดยเฉลี่ยในผู้ใหญ่อายุ 19-64 ปี คือ

  • ผู้ชาย 700 ไมโครกรัม/วัน
  • ผู้หญิง 600 ไมโครกรัม/วัน

วิตามินเอกับการบำรุงสายตา

เมื่อเพิ่มปริมาณการให้วิตามินเอแบบเรตินอยด์ในกลุ่มผู้สูงวัยที่ป่วยด้วยโรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (Age-related Macular Degeneration: AMD) ในระยะแรกเริ่มหรือผู้สูงวัยที่มีจอตาเป็นปกติตามวัย พบผลลัพธ์ในระยะสั้น คือ ผู้ป่วยมีอัตราความไวของตาในการรับแสงในที่มืดเพิ่มขึ้น

อีกหนึ่งงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการทดลองเพื่อค้นหาประสิทธิภาพของวิตามินเอและสารดีเอชเอ (DHA) ในน้ำมันปลาในแง่ของการป้องกันการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดหนึ่ง (Retinitis Pigmentosa) ที่เกิดการเสื่อมของเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา กลับไม่พบประสิทธิผลที่เป็นประโยชน์หรือมีนัยสำคัญจากการรับวิตามินเอหรือดีเอชเอต่อการป้องกันการเกิดโรคตาบอดตอนกลางคืนแต่อย่างใด

ดังนั้น วิตามินเอจึงอาจมีประสิทธิผลต่อการบำรุงรักษาและป้องกันการเกิดความเสียหายแก่ดวงตาได้ในบางด้าน ส่วนประสิทธิผลที่ครอบคลุมในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสายตาและการมองเห็นนั้น ควรมีการค้นคว้าทดลองในอนาคตต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และบทสรุปที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์

วิตามินซี (Vitamin C)

เป็นวิตามินอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้งช่วยบำรุงรักษาให้เซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายยังคงสุขภาพดีและทำงานได้ตามปกติ ช่วยเสริมสร้างระบบกระดูกและกระดูกอ่อน ระบบไหลเวียนโลหิต กระตุ้นให้มีผิวพรรณดี และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดียิ่งขึ้น

วิตามินซีพบได้มากในอาหารจำพวกผักผลไม้ โดยแหล่งอาหารที่สำคัญของวิตามินซี ได้แก่ ส้ม สตรอว์เบอร์รี กีวี่ แคนตาลูป มะเขือเทศ พริกหยวก บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี เป็นต้น

ทั้งนี้ ปริมาณวิตามินซีที่แนะนำให้ควรได้รับโดยเฉลี่ยในผู้ใหญ่อายุ 19-64 ปี คือ 90 มิลลิกรัมในผู้ชาย และ 75 มิลลิกรัมในผู้หญิง

วิตามินอี (Vitamin E)

เป็นวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เพื่อให้ร่างกายสามารถต่อต้านการติดเชื้อ กำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ช่วยบำรุงสุขภาพผิว และอาจช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็นได้ด้วย

แหล่งอาหารที่สำคัญของวิตามินอี ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดธัญพืช น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันจากข้าวโพด น้ำมันมะกอก จมูกข้าว ซีเรียล เป็นต้น

วิตามินซีและวิตามินอีกับการบำรุงสายตา

วิตามินซีและวิตามินอี เพื่อลดความชุกในการเกิดโรคHYPERLINK ในกลุ่มตัวอย่างชาวสเปนแถบเมดิเตอร์เรเนียน ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การบริโภควิตามินซีและวิตามินอีร่วมกับผักผลไม้ปริมาณมากทุกวัน สัมพันธ์กับการลดความชุกในการเกิดโรคต้อกระจกรวมทั้งการเข้ารับการผ่าตัดจากต้อกระจกอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น นอกเหนือจากคุณประโยชน์ต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ วิตามินซีและวิตามินอีจึงอาจช่วยถนอมบำรุงสายตา และป้องกันการเกิดภาวะเจ็บป่วยบางประการที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาได้ด้วย

วิตามินดี (Vitamin D)

วิตามินดี เป็นวิตามินสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างแคลเซียมและฟอสเฟต ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นในกระบวนการสร้างและสลายกระดูก นอกจากการส่งเสริมสุขภาพของกระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อแล้ว วิตามินดี อาจส่งผลบำรุงสายตาและป้องกันการเกิดปัญหาในการมองเห็นได้อีกด้วย

การรับวิตามินดีเข้าสู่ร่างกาย สามารถทำได้โดย

  • การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดีสูง เช่น ปลาที่มีไขมันสูงอย่างแซมอน ซาร์ดีน ทูน่า แมคเคอเรล เนื้อสัตว์ส่วนที่มีสีแดง ตับ ไข่แดง ซีเรียล เป็นต้น
  • การสังเคราะห์วิตามินดีจาก-ป้องกันการรับแสงแดดวิตามินดี มีคุณลักษณะพิเศษที่สามารถสังเคราะห์ได้จากการรับแสงแดดผ่านทางผิวหนัง
  • การบริโภคอาหารเสริม สำหรับบางรายที่อาจได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วยปัจจัยต่าง ๆ อาจเลือกรับประทานวิตามินดีในรูปแบบอาหารเสริมภายใต้คำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ

วิตามินบำรุงสายตา “V-complex“  https://www.vcomplex-th.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *