วิธีถนอมสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

วิธีถนอมสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

โรคสายตาของคนทำงานยุคใหม่ “Computer Vision Syndrome (CVS)”

วิธีถนอมสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โรคที่มักจะมาโดยไม่รู้ตัวกับโรคทางสายตานั่นเอง เราจะมีวิะการป้องกันอย่างไร เมื่อชีวิตประจำวันที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ส่งผลให้สุขภาพดวงตาเสื่อมโทรม เป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้งานคอมพิวเตอร์จะทำให้เกิดปัญหาอย่างเช่น อาการปวดรอบดวงตา ปวดศีรษะ ตาแห้ง ฯลฯ ซึ่งหากปล่อยไว้ นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลงแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวด้วย ดังนั้นเราจะทำอย่างไร ในการดูแลรักษาดวงตาของเราจากเทคโนโลยีปัจจุบัน หรือการบำรุงด้วยอาหารเสริมเป็นวิตามินที่จะช่วยบำรุงสายตาของเรา
มาทำความรู้จักกับ Computer Vision Syndrome (CVS) เป็นกลุ่มของอาการทางตาและการมองเห็น ที่มีผลมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการใช้งานอันที่จริงแล้ว เวลาทำงานกับคอมพิวเตอร์นั้น ดวงตาของคนเราจะถูกใช้งานแตกต่างจากการอ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ ไม่ว่าจะเป็นระยะการมองหรือมุมที่ต้องก้มขณะที่อ่าน และบ่อยครั้งที่พบว่าตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นมีความชัดเจนไม่เพียงพอ รวมทั้งความเข้มหรือความสว่างของหน้าจอซึ่งถูกปรับตั้งไว้ไม่เหมาะสมในขณะใช้งาน ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนทำให้เราต้องใช้สายตามากกว่าปกติในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์และส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้าจากการใช้งานดังกล่าวเป็นระยะเวลานานได้ ซึ่งพบว่าผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง จะมีความเสี่ยงที่จะเป็น Computer Vision Syndrome ได้สูง

สาเหตุของอาการเหล่านี้ เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

• ภาวะแสงในขณะทำงานไม่เพียงพอ
• แสงสะท้อนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
• ตำแหน่งของหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือการจัดท่านั่งที่ไม่เหมาะสม
• ภาวะสายตาที่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะสายตายาวหรือสายตาเอียง

อาการของ Computer Vision Syndrome จะประกอบด้วย

• อาการปวดบริเวณรอบดวงตา
• ปวดศีรษะ
• ตาพร่ามัว
• ตาฝืดแห้ง
• อาจมีอาการปวดคอและไหล่ร่วมด้วยซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นชั่วคราวและหายไปเมื่อได้พักจากการใช้คอมพิวเตอร์

การตรวจวินิจฉัย

การวินิจฉัย Computer Vision Syndrome สามารถทำได้จาก
1. การซักประวัติคนไข้ จะพบว่าคนไข้มักทำงานกับจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันโดยไม่มีการหยุดพัก ร่วมกับมีอาการข้างต้นหลังจากที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และอาการมักจะหายไปเมื่อหยุดพัก
2. การตรวจร่างกาย จะพบว่าตาอาจจะแดงเล็กน้อย ตาแห้ง หรืออาจพบแผลบนกระจกตาลักษณะแบบจุด ความชัดเจนของการมองเห็นมักจะลดลง รวมทั้งอาจตรวจพบว่ามีสายตาที่ผิดปกติร่วมด้วย

การป้องกัน Computer Vision Syndrome

สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกัน Computer Vision Syndrome คือ การจัดลักษณะท่าทางและสิ่งแวดล้อมในการใช้คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดย-หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา 15 – 20 องศา และบริเวณกลางหน้าจอควรอยู่ห่างจากใบหน้า 50 – 70 ซม. – จัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในมุมที่ไม่มีแสง จากภายนอกมาตกกระทบ หรือเลือกใช้หน้าจอชนิดที่ลดแสงสะท้อน (Anti- glare screens or filters) และปรับตั้งความเข้ม (Contrast) ของหน้าจอที่ประมาณ 75% รวมทั้งลดแสงสว่างบนโต๊ะลงเล็กน้อย – ควรมีการพักสายตาระหว่างการใช้งานทุกๆ 20 นาที โดยการมองออกไปที่ระยะไกลอย่างน้อย 20 ฟุต (หรือ 6 เมตร) เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที และควรหยุดใช้งาน 15 นาที หลังจากที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง

– สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี การเลือกใช้แว่นตาและเลนส์ที่ได้รับการเคลือบสารเคมี (Multicoat) จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคได้ – หมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตาหรือสายตา และควรรับการตรวจสุขภาพตาจากจักษุแพทย์เป็นประจำ

จะเห็นว่าในยุคปัจจุบัน Computer Vision Syndrome เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเรา โดยที่บางคนอาจจะเป็นโรคนี้โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน และถ้าปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการใส่ใจ และแก้ไขที่สาเหตุ อาการที่กล่าวมานั้นก็จะกลับเป็นซ้ำ และอาจมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ในกรณีที่ Computer Vision Syndrome ถูกละเลยไม่ได้รับการรักษา อาการเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังแก้ไขได้ยาก และในที่สุดอาการเหล่านี้จะติดตัวคนไข้ไปตลอด นอกจากนี้ภาวะตาแห้งที่รุนแรงยังอาจทำให้กระจกตาเป็นแผลอักเสบ หรือติดเชื้อซึ่งมีผลต่อการมองเห็นหรือแม้กระทั่งตาบอด
หรือสูญเสียลูกตาได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *