อาหารที่ช่วยบํารุงสายตาพร่า ตามัวให้ดีขึ้น

อาหารที่ช่วย บํารุงสายตาพร่า ตามัวให้ดีขึ้น

รู้ไหมกินอะไรจะช่วยบำรุงสายตา?

               ทุกวันนี้ดวงตาหรือสายตาของเรานั้น เป็นอวัยวะที่สำคัญขที่สุดองมนุษย์ ซึ่งมีหน้าที่ช่วยในการรับรู้และการมองเห็น เพราะฉะนั้นควรดูแลสายตาให้ดีที่สุด เพราะดวงตาไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ การดูแลสายตาที่ดี มีหลายวิธี ทั้งการกินอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ การเล่นมือถือ ดูโทรทัศน์ การอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรืออ่านหนังสือ ควรอยู่ในที่ที่มีแสงไฟส่องสว่างที่เหมาะสม หลักสำคัญในการบำรุงสายตา ด้วยวิตามินต่างๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและเสริมสร้างสายตาให้มีสุขภาพดี ดังนี้

5 วิตามินสารอาหารบำรุงสายตา

  • วิตามินเอ ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา ช่วยการมองเห็นเวลากลางคืนให้ดีขึ้น พบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง เป็นต้น
  • วิตามินบี มีการศึกษาพบว่าวิตามินบี 1 และ บี 12 มีบทบาทสำคัญในการชะลอการเกิดต้อกระจกให้กับมนุษย์ พบแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มากใน ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด เป็นต้น
  • วิตามินซี ช่วยชะลอความแก่ของร่างกายด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้ ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีมาก คือ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ เป็นต้น
  • วิตามินอี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตาของมนุษย์ จากการศึกษาพบว่ามีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก มักพบในธัญพืช น้ำมัน น้ำมันดอกคำฝอย ถั่วเหลือง ข้าวโพด เป็นต้น
  • เบต้าแคโรทีน คือสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระ และยังสามารถช่วยในการมองเห็นในตอนกลางคืน มักพบในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้ม เช่น มะละกอ แครอท ข้าวโพดอ่อน ผักบุ้ง หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น

ทั้งนี่้มาดูผักที่จะช่วยในการบำรุงสายตาและรักษาดวงตาของเราไม่ให้เสื่อมสภาพ มีดังนี้

สุดยอด 5 ผักบำรุงสายตา

  • ผักบุ้งจะช่วยบำรุงสายตาได้ดีมาก มีทั้งวิตามิน A และวิตามิน C รวมถึงเบต้า-แคโรทีน เป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้อย่างดี นอกจากผักบุ้งจะวิตามินแล้ว ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด ถือเป็นผักที่นิยมกันมาก
  • แครอท ประกอบด้วยสารเบต้าแคโรทีน เบต้าแคโรทีนจะพบในแครอทมากที่สุดในผักสีส้ม แครอทมีวิตามิน และแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด เบต้าแคโรทีนคือ วิตามินเอ สามารถช่วยในการบำรุงรักษาดวงตาได้ดี วิตามินเอเป็นตัวช่วยให้มีผิวดี อีกทั้งยังสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ เช่นมะเร็งได้ดี
  • ผักตำลึงมีเบต้าแคโรทีน สารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ช่วยทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา มีปะโยชน์ต่อดวงตาของเราอีกด้วย
  • ผักคะน้า คะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาได้ดี
  • ฟักทอง สามารถช่วยบำรุงสายตาได้ อีกทั้งยังดูแลผิวพรรณ การย่อยอาหาร ตับ ไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่า ซึ่งฟักทองสามารถทำหน้าที่ช่วยต้านมะเร็งได้ดีอีกด้วยเช่นกัน ถือว่ามีคุณประโยชน์อย่างมากต่อดวงตา และร่างกาย

ว่ากันด้วยเรื่องของผลไม้ที่จะช่วยในการบำรุงสายตาและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย โดยมีคุณสมบัติของผลไม้แต่ละชนิดมาแนะนำดังนี้

สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงสายตา

  • มะละกอ อุดมด้วยวิตามินเอ บี1 บี2 แคลเซียม และเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อรับประทานจะบำรุงผิวพรรณดี ลดริ้วรอยก่อนวัย และบำรุงสายตาได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถดีต่อระบบขับถ่ายได้อีกด้วย
  • เสาวรส ผลรสไม้เปรี้ยวอมหวานมีวิตามินเอสูงมากๆ ช่วยในการทำงานของจอประสาทตาได้ดีขึ้น อีกทั้งพบว่ามีวิตามินซีมากกว่ามะนาว จึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดี
  • ส้ม ส้มอุดมด้วยวิตามิน ซี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อ เมื่อรับประทานเป็นประจำ และยังบำรุงสายตา และผิวพรรณให้ดูสดใส
  • เบอร์รี่สีดำผลเบอร์รี่มีประโยชน์โดยตรงกับดวงตา อุดมด้วยสารแอนโทไซยานิน ช่วยปกป้อง ชลอการเกิดต้อ และ ชลอการเกิดจอประสาทตาเสื่อม
  • มะมุ่วงสุก อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร นอกเหนือจากสามารถยำรุงสายตาแล้วยังบำรุงเหงือกและฟัน สามารถช่วยให้ผิวพรรณสดใสขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดสิวและริ้วรอยก่อนวัยได้เป็นอย่างดี

ในปัจจุบันเมื่อมีการเข้ารับรักษาดวงตานั้น ไม่ว่าจะมีอาการที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันในบางอาการนั้น แต่หมอจะจ่ายยาให้กับคนไข้แตกต่างกัน ซึ่งการบำรุงรักษาดวงตานั้น จะขึ้นอยู่กับอายุของคนเรา และอาการที่พบเจอ ซึ่งเป็นปกติที่เราจะได้ยาแตกต่างจากคนอื่น ทั้งๆที่อาการอาจจะเหมือนกัน แต่ได้ยามาต่างกัน โดยการบำรุงวิตามินต่างๆนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

  ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า การให้วิตามิน C, E เบต้าแคโรทีน, ธาตุสังกะสี และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทเสื่อม ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป (Moderate Age-Related Macular Degeneration) ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคจอประสาทเสื่อมเพียงเล็กน้อยอาจไม่ได้ประโยชน์เท่าไรนักจากการรับประทานวิตามินดังกล่าว หมอตาจะเป็นผู้ประเมินระดับความเสื่อมของจอประสาทตาจาการขยายม่านตา ดังนั้นถ้ามาตรวจตาไม่ได้วิตามินกลับไปรับประทานก็อย่าเสียใจ นั่นแสดงว่าจอประสาทตายังสุขภาพดีอยู่หรือผิดปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

   ดังนั้นเราจึงมีวิธีการบำรุงสายตาโดยการทานอาหารเสริมได้หรือไม่ ? จากการวิจัยของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศพบว่า การรับประมานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังต่อไปนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา

1.วิตามิน A เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตาและมีบทบาทสำคัญในการมองเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง

2.วิตามิน B มีการศึกษาพบว่า วิตามิน B1 และ B12 อาจมีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด

3.วิตามิน C เป็นที่รู้จักกันดีของการชะลอความแก่ของร่างกายด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) นอกจากนั้นยังอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผลไม้ที่มีวิตามิน C มาก ได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ส่วนผัก ไก้แก่ กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่

4.วิตามิน E ก็เป็นวิตามินอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา และการศึกษาพบว่าอาจมีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ใน น้ำมันธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง

5.เบต้าแคโรทีน (betacarotene) เป็นสารตั้งต้นของวิตามิน A ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการมองเห็นในกลางคืนเช่นเดียวกับวิตามิน A พบมากในผักผลไม้ที่มีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง ข้อควรระวังคือการรับประทานเบต้าแคโรทีนในรูปอาหารเสริมมากไปในคนที่สูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งปอดได้

6.ลูทีน และ ซีแซนทิน (lutein and zeaxanthin) เป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในจุดรับภาพที่จอประสาทตาและเลนส์ตา มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม พบมากใน ผักโขม ไข่แดง ข้าวโพด บร็อคโครี่

7.ซีลีเนียม (selenium) เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่ต้านอนุมูลอิสระและอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก โดยพบได้ใน หอยนางรม หอยลาย ตับไก่ เมล็ดทานตะวัน

8.สังกะสี (zinc) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมที่เป็นอยู่แล้วเป็นช้าลง โดยแหล่งที่พบสังกะสีได้แก่ หอยนางรม ตับ เนื้อสัตว์

9.สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba) นอกจากคุณสมบัติเพิ่มเลือดไหลเวียนไปที่สมองแล้วยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเกี่ยวกับสายตาพบว่า อาจช่วยรักษาลานสายตาผิดปกติในต้อหินบางชนิดได้

10.โอเมก้า 3 (omega 3) เป็นกรดไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง ซึ่งพบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ผลไม้ที่พบได้ เช่น ผลกีวี่

    สรุปได้อย่างชัดเจนว่าอาหารที่มีคุณสมบัติบำรุงสายตานั้นมีอยู่รอบๆ ตัวเรา หลายชนิดที่สามารถปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได้ ซึ่งคุณก็สามารถถนอมสายตาและมีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องใช้ยาบำรุงใดๆ เลย แต่ก็ต้องหมั่นดูแลรักษาดวงตาของเราไม่ให้ใช้งานหนักจนมากเกินไป เพราะดวงตานั้นไม่สามารถเปลี่ยนไปตลอด การดูแลรักษานั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *