เบาหวานขึ้นตา: อันตรายต่อดวงตา และมีวิธีการรักษาอย่างไร (อัพเดท 2019)

ลักษณะของ เบาหวานขึ้นตา

เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน จากการที่มีระดับน้ำตาลในร่างกายสูง มาเป็นเวลานาน  ก่อให้เส้นเลือกบริเวณจอตาเกิดการอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จนทำให้เสียการมองเห็นได้ เบื้องต้นอาจมีอาการตาพร่า มองเห็นไม่ชัดเจน แต่ในระยะยาวจะเริ่มรุนแรงขึ้นจนทำให้มองไม่เห็นนั่นเอง

ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอายุมากกว่า 40 ปีจะมีอาการแสดงของภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ผู้ป่วยเบาหวานจึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ เบาหวานขึ้นตาได้ โดยนอกจากระดับน้ำตาลที่สูงแล้ว ปัจจัยอื่นๆอย่างระยะเวลาของการเป็นโรคเบาหวาน ที่ซึ่งยิ่งเป็นนานก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูง การไม่ควบคุมน้ำตาลความดันโลหิต ไขมันในเลือดก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

ภาวะของโรคนี้เบาหวานขึ้นตา

ภาวะของโรคนี้ จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1.เบาหวานขึ้นตาระยะแรกเริ่ม

หรือเรียกว่าระยะที่ยังไม่มีเส้นเลือดเกิดใหม่ เป็นระยะที่ผนังของเส้นเลือดที่จอตาไม่แข็งแรง ทำให้เส้นเลือดโป่งขึ้น ก่อให้เลือดหรือของเหลวในรั่วมาในจอตา จนมีอาการบวม

ในระยะแรกนั้นอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อการอุดตันเพิ่มขึ้น จะเริ่มเข้าสู่ระยะต่อไป

2.เบาหวานขึ้นตาระยะก้าวหน้า

เป็นระยะที่มีเส้นเลือดเกิดขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเส้นเลือดเกิดการอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายเกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่มาทดแทน มีอาการเลือดรั่วซึมออกมาบริเวณวุ้นตา ทำให้เป็นแผลซึ่งเป็นสาเหตุให้จอตาลอก นอกจากนี้หากเส้นเลือดที่เกิดใหม่ไปเบียดทับต่อบขับน้ำในดวงตา จะก่อให้เกิดความดันตาสูงอีกเช่นกัน เส้นประสาทที่ทำหน้าที่ส่งภาพจากดวงตาไปสมองเกิดความเสียหาย เกิดเป็นต้อหินได้

วิธีการรักษาด้วยสมุนไพร

อย่างที่รู้กันดี เบาหวานขึ้นตา ที่เกิดจาก โรคเบาหวาน คือมีความผิดปกติของตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ หรือได้น้อยมาก ทำให้การควบคุมน้ำหนักในกระแสเลือดผิดปกติ ไม่สามารถดึงน้ำตาลในกระแสเลือดมาให้พลังงานแก่ร่างกายได้

การรักษาเบาหวานเบื้องต้น ทางการแพทย์จะเริ่มจากการให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกาย ถ้าหากยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ แพทย์จะเริ่มให้รับยาเพื่อกระตุ้นการผลิตอินซูลินหรือใช้วิธีการฉีดอินซูลิน

นอกจากนี้ยังมีพืชผักสมุนไพรที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลด้วยได้แก่

1.มะระขี้นก

ใช้ผลมะระขี้นกสด 8-10 ผลมาล้างให้สะอาดแล้วนำเม็ดออก นำไปปั่นแล้วกรองกากออก ดื่มทุกวันวันละ 3 เวลา โดยมะระขี้นกมีสารที่ออกฤทธิ์คล้านอินซูลินที่ช่วยลดระดับน้ำตาลได้

2.ใบอินทนินน้ำ

นำใบอินทนินน้ำ 2-3 ใบมาล้างให้สะอาด แล้วต้มกับน้ำ สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลได้

3.เตยหอมและใบของต้นสักทอง

ใช้ใบและรากของเตยหอมมาล้างให้สะอาด ร่วมกับใบของต้นสักทอง จากนั้นนำมาคั่ว แล้วจึงนำมาต้มรวมกัน ดื่มต่างน้ำจะช่วยให้ระดับน้ำตาลลงได้

4.อบเชย

อบเชยมีสารที่ทำหน้าที่คล้ายอินซูลิน ใน1วันควรได้รับอบเชยอย่างน้อง 1 กรัม สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

5.สะเดา

สะเดามีรสขม สามารถช่วยรักษาโรคเบาหวานได้ โดยจะยับยั้งการผลิตอินซูลินได้ กว่าร้อยละ 50 เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังช่วยลดความอยากอาหารได้อีกด้วย

6.ชะพลู

ใช้ชะพลูทั้งต้นทั้งรากต้มกับน้ำ3ลิตร ปล่อยให้เดือดแล้วเคี่ยว ใช้ดื่มครั้งละครึ่งแก้วก่อนอาหาร 3 มื้อช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด  ลดเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้

7 อาหารบํารุงสายตา ที่ช่วยฟื้นฟูดวงตา ชะลอการเกิดต้อ

เบาหวานขึ้นตา อันตรายไหม ?

แม้ว่าอาการแรกเริ่มนั้นยังไม่อันตราย และในผู้ป่วยบางรายจะไม่สังเกตอาการของตัวเอง แต่ภาวะเบาหวานขึ้นตานั้นอันตรายมาก หากปล่อยทิ้งไว้สามารถสร้างความเสียหายแก่ดวงตาและอาจสูญเสียดวงตาได้เลยทีเดียว

อาการของคนที่เป็นโรคนี้ ?

เบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่า อาการเบาหวานขึ้นตา ขึ้นอยู่แล้วแต่อาการของแต่ละบุคคล ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการเบาหวานขึ้นตานั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในร่างกายด้วย

โดยทั่วไปจะไม่ปรากฏอาการให้เห็นในระยะแรก ผู้ป่าวยจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอะไร เนื่องด้วยความเคยชินของร่างกายกับระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง อาการที่พบเมื่อเบาหวานขึ้นตาแล้วนั้น ผู้ป่วยจะมีวิสัยทัศน์การมองที่แย่ลง ค่าสายตาแปรปรวน บางทีมองเห็นวัตุที่ใกล้ชัด บางทีไม่ชัด การจำแนกแยกสีเริ่มแยกลำบาก โดยเฉพาะสีที่มีความใกล้กัน เป็นต้น บางรายพบได้ว่าอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย เมื่ออาการหนักขึ้นการมองเห็นจะยิ่งแย่ลงไปเรื่อย ๆ จนตาบอกในที่สุด

อาการเบาหวานขึ้นเป็นอย่างไร

ถ้าเป็นเบาหวานขึ้นตาแล้วควรทําอย่างไร ?

เบาหวานเป็นโรคที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหมออย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ต้องหมั่นตรวจและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือผู้ป่วยที่เป็นอยู่นั้น ต้องคอยหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย การเป็นแผล และการทำความสะอาดแผลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตา และควรหมั่นตรวจดวงตากับจักษุแพทย์ อย่างน้อยปีละครั้ง  การตรวจพบและรักษาอาการเบาหวานขึ้นตาตั้งแต่แรกๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดตาบอดได้ 95%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *